Template
Template Template
Template จันทร์, 29 พฤษภาคม 2017 Template

 
Template
เรียนรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก !!! PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
พุธ, 15 มิถุนายน 2011 04:59

โรคไข้เลือดออก

พญ.ปราณี สิตะโปสะ กุมารแพทย์ รพ. วิภาวดี

อาการสำคัญ

- ไข้สูงลอย ประมาณ 39-40°C นาน 2-7 วัน มักมีหน้าแดง ปวดหัว ปวดตา ปวดเมื่อยตามตัว
ปวดกระดูก

- มีหลักฐานเลือดออกง่าย: จุดเลือดออก จ้ำเลือด อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ เลือดออกทางเยื่อบุ
ทางเดินอาหาร ตำแหน่งที่ฉีดยา หรืออื่นๆ

- ตรวจพบเกร็ดเลือด < 100,000 รัดแขนพบจุดเลือดออก (Tourniquet test ≥10จุด/ตารางนิ้ว)
ตับโต

- มีการรั่วซึมของพลาสมา: ความเข้มข้นเลือดสูงขึ้น ≥ 20% ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวหรือช็อค
มักจะเกิดช่วงไข้ลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากสีเขียว ชีพจรเบาเร็ว
ความดันต่ำ

ปัญหาที่พบบ่อย ตัวร้อนมาก หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง

ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

- ให้ผู้ป่วยพักผ่อนในที่ๆ มีอากาศถ่ายเทสะดวก

- เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นบ่อยๆ โดยใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดลูบเบาๆ บริเวณหน้า ลำตัวแขนและขา แล้วพักไว้บริเวณหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ แผ่นอก แผ่นหลังและขาหนีบ สลับกันไปมา ทำติดต่อกันอย่างน้อยนาน 15 นาที แล้วให้ผู้ป่วยสวมเสื้อผ้าบางๆ นอนพักผ่อน

- ให้รับประทานยาลดไข้ พาราเซตามอล เวลามีไข้สูงหรือปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว โดยให้ห่างกันอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ห้ามรับประทานยาลดไข้ชนิดอื่น โดยเฉพาะยาแอสไพริน ยาซองลดไข้ทุกชนิดหรือยาพวกไอบรูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือ
ตับวายได้

- ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามและไม่รับประทานยาอื่นที่ไม่จำเป็น

- ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำผลไม้ใส่เกลือเล็กน้อย ถ้ามีคลื่นไส้อาเจียนไม่สามารถดื่มได้ ให้จิบครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ ไม่ควรดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

อาหาร ควรเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย รสไม่จัด เช่น นม ไอศรีม ข้าวต้ม เป็นต้น

ควรงดอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีสีแดง ดำ หรือสี น้ำตาล

มายเหตุ ในระยะไข้สูงของโรคไข้เลือดออก การให้ยาลดไข้ จะช่วยให้ไข้ลงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์ยาแล้วไข้ก็จะสูงขึ้นอีก การเช็ดตัวลดไข้ จะช่วยให้ผู้ป่วยสุขสบายขึ้น

- มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจติดตามการดำเนินโรค

อาการอันตราย

เมื่อผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ข้อใดข้อหนึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล

- ผู้ป่วยซึม หรืออ่อนเพลียมาก ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง

- คลื่นไส้อาเจียนตลอดเวลา

- ปวดท้องมาก

- มีเลือดออก เช่น เลือดกำเดา อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือเป็นสีดำ

- พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ

best online casino Tahoma">- กระสับกระส่าย หงุดหงิด เอะอะโวยวาย

- กระหายน้ำตลอดเวลา

- ร้องกวนตลอดเวลาในเด็กเล็ก

- ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเป็นเวลานาน

- ตัวเย็นชื้น เหงื่อออก สีผิวคล้ำลง ตัวลายๆ (เข้าสู่ระยะช็อค)

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

- ควรนอนในมุ้ง หรือในห้องติดมุ้งลวดที่ปลอดยุงลาย

- ไม่เล่นในมุมมืด หรือบริเวณที่ไม่มีลมพัดผ่าน

- ห้องเรียน หรือห้องทำงาน ควรมีแสงสว่างส่องทั่วถึง มีลมพัดผ่าน ไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น แจกันดอกไม้ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน พลูด่างควรปลูกในดิน

- กำจัดยุงในบริเวณมุมอับภายในบ้าน ตู้เสื้อผ้า บริเวณรอบๆบ้าน ทุกสัปดาห์

- กำจัดลูกน้ำ ภาชนะใส่น้ำภายในบ้านควรปิดฝาให้มิดชิดถ้าไม่สามารถปิดได้ให้ใส่ทรายอะเบท หรือใส่ปลาหางนกยูง จานรองขาตู้กับข้าว จานรองกระถางต้นไม้ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูหรือผงซักฟอก สัปดาห์ละครั้ง

วัสดุที่เหลือใช้รอบๆบ้าน เช่น กระป๋อง กะลา ยางรถยนต์เก่า ฯลฯ ให้คว่ำหรือทำลายเสีย

ข้อสำคัญ ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องรีบนำส่ง รพ.ทันที

- มีอาการเพลีย ซึม ไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร ไม่มีกิจกรรมตามปกติเมื่อไข้ลง (บางรายจะ กระหายน้ำมาก)

- อาเจียน / ปวดท้องมาก

- เลือดออกผิดปกติ

- มีอาการช็อค / IMPENDING SHOCK คือ

- มือเท้าเย็น

- กระสับกระส่าย ร้องกวนมากในเด็กเล็ก

- ตัวเย็น เหงื่อออก ตัวลาย สีผิวคล้ำลง

- ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะ 4-6 ชม.

- ความประพฤติเปลี่ยนแปลง เช่น พูดไม่รู้เรื่อง เพ้อ เอะอะโวยวาย

เ ป็นระยะอันตรายของโรค เข้าสู่ระยะช็อค แม้อยู่ในภาวะช็อค ผู้ป่วยจะมีสติดี พูดจารู้เรื่อง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
(กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำ)

กรณีผู้ป่วยรับการรักษาแล้วแพทย์ให้กลับบ้านได้ ควรดูแลและปฏิบัติตนต่อไปนี้

- ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วยยังมีไวรัสอยู่ในเลือดทำให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ หากมีคนในบ้านมีไข้สูง ให้พามาตรวจ

- ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติควรรีบพามาพบแพทย์ทันที

- ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล ควรหลีกเลี่ยงยาแอสไพริน หรือ ยากลุ่ม NSAID เช่น ไอบูโปรเฟน เนื่องจากทำให้เกิดเลือดออกทางเดินอาหารมากขึ้น หรือมีผลต่อตับได้

- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และที่โรงเรียน

ที่มา : http://www.vibhavadi.com/web/mediainfo.php?id=398

 

แก้ไขล่าสุด ( ศุกร์, 27 พฤษจิกายน 2015 20:46 )
 
Template
Template Template Template
 

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บทั้งหมด

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday16
mod_vvisit_counterYesterday109
mod_vvisit_counterThis week125
mod_vvisit_counterLast week854
mod_vvisit_counterThis month3166
mod_vvisit_counterLast month3298
mod_vvisit_counterAll days211260

Online (20 minutes ago): 6
Your IP: 54.145.71.49
,
Today: พ.ค. 29, 2017
Template Template